Nititorn's profilebank_skywalkerPhotosBlogNetwork Tools Help

Blog


    July 26

    ในขณะที่

    ในขณะที่เมื่อคืนฉันนั่งดูรายการนักล่าฝัน แล้ววีอะไรซักอย่างนี่แหละโดนโหวตออกจากบ้าน บรรดาเหล่าแฟนคลับทั้งที่ใส่หน้ากาก และไม่ใส่หน้ากากป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ร้องห่ม ร้องไห้อย่างหนักมากๆ ถ้าใครได้ดูและเห็นแววตาของเขาเหล่านั้น ดูราวกับว่า วันพรุ่งนี้จะไม่มีอีกต่อไป มันเป็นอะไรที่ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่านักล่าฝันบนเวที ทำไมถึงผูกพันกันได้เร็วขนาดนั้นทั้งๆที่ไม่เคยจะได้สนทนากันเลย

    ในขณะที่คนไทยเดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนใส่หน้ากากป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ฉันก็ยังยืนยันที่จะไม่ใส่ต่อไป เพราะถ้าเราใส่หน้ากากทั้งหมด เวลาเราเจอเพื่อนเก่าๆ หรือคนรู้จัก เราก็คงจะจำเขาไม่ได้ เราคงได้แต่มองแววตาของทุกคนเวลาไปไหนมาไหน แต่สำหรับบางคน ฉันรู้สึกว่าหน้ากากของเขาอาจถูกใส่อยู่แล้วก็ได้

    ในขณะที่ฉันทำงาน ฉันก็อยากพักผ่อน ตอนที่ฉันพักผ่อน ฉันก็อยากทำงาน ไม่ทำงาน ก็จะเบื่อๆๆๆๆๆๆ พอทำงานก็เบื่อๆๆๆๆๆๆ อยากไปเที่ยวไกลๆๆๆๆๆ แต่ไปซักพักก็คงเบื่อๆๆๆ เกิดเป็นคนนี่โคตรยากเลย ยิ่งมาเป็นคนไทยอีก เฮ้อๆๆๆๆ

    ในขณะที่ตำรวจและทหารในพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย ตั้งด่านตรวจห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ ส่งจดหมายของเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ (ที่ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าไม่มีงบ ยังสะเหร่ออยากทำ ทั้งๆ ที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย) โดยรวมๆแล้วก็เรียกว่าไถเงินประชาชนนั่นแหละ ทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีทหาร ตำรวจที่เหน็ดเหนื่อยมากมาย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไรนะที่จะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิมซักที ลองสังเกตดูดีๆว่า บ้านเรานั้นจะใช้ความรุนแรง เพื่อให้เกิดความสงบมาโดยตลอด ลองนึกไปถึงเหตุการณ์เรียกร้องต่างๆนานา

    เพลงดีๆที่ฟังแล้วลงตัว เป็นเพลงที่ลงตัวมากที่สุดในรอบเกือบ ๒๕ ปี ของการฟังเพลงของฉันเลยทีเดียว เนื้อที่ลงตัว ถูกเติมอย่างเหมาะเจาะด้วยเสียงกีต้าร์และเสียงร้องของพี่โอ๋ สุดยอดมากๆ

    ราตรีสวัสดิ์ - ฟักกลิ้ง ฮีโร่ (official version) feat. ธีร์ ไชยเดช

      

    "หลับตาเถอะนะ ... ขอให้เธอหลับฝันดี ...
    คืนนี้ไม่ต้องห่วง ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน ...
    ฝากดาวบนฟ้า ... ร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง ...
    หากฉันไม่ได้กลับ ... อย่างน้อยก็ให้เธอหลับสบาย ... ก็พอแล้ว"



    July 12

    กรุงเทพฯ ถูกโอบกอดไปด้วยทางด่วน

    นานๆที จะมีเวลาอย่างวันนี้ ที่ไม่ต้องออกไปไหน ได้ทำอะไรสบายๆ ที่ไม่ต้องรีบร้อน เสร็จแล้วก็นอนฟังเพลง อ่านหนังสือ อ่านข่าว ดูทีวีเล็กน้อย เพราะมีแต่ข่าวเดิมๆ หวัด๒๐๐๙ แพนด้า เศรษฐกิจตกต่ำ ข้าฯ ก็เลยเลือกทำอย่างแรกๆมากกว่า

    แต่นอนฟังเพลงไป ก็รู้สึกว่าเพลงที่เคยฟังนั้นไม่ค่อยเพราะเลย ไม่รู้เปนไร แต่ก็ฟังๆต่อไปเรื่อย ฟังเพลงในไอพอด ในซีดี ไทเทป ก็คนละฟีล เวลาฟังไอพอดจะไม่ค่อยฟังจบเพลง จบอัลบั้ม เพราะมันเลือกได้ง่าย แต่ซีดียังพอข้าเพลงไปได้ ถ้าเทปนี่ไม่ต้องพูดถึง ฟังซักเดือนนึงเทปก็ยานแล้ว ฟังจบหน้าเอหน้าบี จะหาเพลงก็รีไว ฟอเวิร์ด เรื่องเยอะมากมาย หนังสือที่อ่านก็พอสนุกได้อยู่ หันไปดูเวลาปุ๊บปั๊บ ก็จะหมดวันไปแล้ว นาฬิกามันเดินเร็วไปรึเปล่าเนี่ย อยู่กทม. วันๆนึงหมดไปเร็ว เหลือเกิน จะทำอะไรปุ๊บปั๊บยังไม่ทันเสร็จ ก็จะหมดเวลาแล้ว ไม่รู้ว่าเวลาที่กทม. ก็ตจว. มันหมุนเร็วไม่เท่ากันหรือย่างไร อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งไปสุราษฎร์ธานีมา วันๆนึงไปโน่นมานี่ได้ตั้งหลายที่

    เวลาที่กทม.มันหมุนเร็วไป

    ไปตจว. สายตาจะรู้สึกโล่งๆ ได้มองเหนเส้นขอบฟ้าบ้าง ได้มองเหนต้นไม้จริงๆ ที่ปลูกอยู่บนดินจริงๆ ได้เติบโตด้วยน้ำฝน มีรามีตะไคร่ ไม่ใช่ตึก ไม่ใช่คอนกรีต ได้ใส่รองเท้าแตะเดินให้มีเมล็ดหญ้าติดชายกางเกงพอรำคาญ ไม่มีทางด่วนมาล้อมรอบ คอยโอบกอดเราให้รู้สึกว่าเวลาในการเดินทางมันแสนจะจำกัด กลิ่นอากาศที่หายใจ มันก็รู้สึกแตกต่างกันได้จิงๆนะ

    แต่อาหารใต้ ไม่ว่าจะกินที่ไหน มันก็โคตรเผ็ด เหมือนกันทุกที่เลย
    แต่เวลากินอาหารเหนือ กินที่บ้าน อร่อยที่สุด

    เวิ่นเว้อไปอีกแล้วกู

    July 11

    ต้องตามไปอ่าน

    อ่านแล้วน่ารักดี

    อยากให้ตามไปอ่าน

    แค่คลิ๊กทีเดียวก็จะได้อ่าน ตามนี้เลย


    http://timp-a-nunz.spaces.live.com/blog/cns!AADEEA15658A97E5!1318.entry


    เครดิต จากสเปซน้องนุ่นที่ตอนนี้ไปอยู่ญี่ปุ่นหร้อมกับน้ำหนักที่เอาไปทิ้งที่นั่น วัดออกมาได้เป็นรูเข็มขัดที่ลดลงมาหนึ่งรู
    ฮิฮิ ขอบคุณครับ

    ดอกทานตะวัน

    ช่วงนี้จะไปไหนมาไหนก็เห็นคนคาดผ้าปิดหน้า ปิดปากกันราวกะเป็นแฟชั่นหนึ่งในบ้านเรา เค้าก็ว่ากันว่า ช่วงนี้ร่วมด้วยช่วยกันเที่ยวเมืองไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศชาติ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าการยอมเสียตังค์ไปเที่ยวต่างประเทศนั้น จะปลอดภัยจากไข้หวัด ๒๐๐๙ กว่าอยู่ในประเทศเราซะอีก ขนาดจะดูคอนเสิร์ต ดูเอเอฟ จะเข้าห้องน้ำ ก็ยังต้องทั้งล้างมือด้วยน้ำเปล่าแล้วล้างด้วยเจลล้างมือ แล้วก็มาล้างมือด้วยน้ำเปล่าอีกที อาจป่วยเป็นโรคมือเปื่อยอีกซักโรคแน่ๆ

    ทำงานมาได้หนึ่งปีแล้ว (นับแบบจริงๆจังๆนะ ที่เล่นๆไปก่อนไม่นับ) ก็รู้สึกเริ่มซ้ำๆน่าเบื่อบ้าง ถึงจะยังมีเรื่องตื่นเต้นอยู่ พร้อมๆคำถามเหมือนๆคนอื่นๆที่เคยถามตัวเอง ว่า "เราจะต้องทำแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่" ไม่รู้สึกเหมือนสมัยที่เป็นเด็กนักเรียนเลย รู้ว่าวันธรรมดาก็ตื่นมาเรียน ตอนเย็นเลิกเรียนก็ไปซ้อมดนตรี หาเวลาเตะบอลบ้าง ไปเรียนพิเศษ แอบมองสาวๆสวยๆ ซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อนๆไปร้านเกมส์ใกล้ๆ ทะเลาะกันบ้าง กลับบ้านมาฟังเพลง แล้วก็นอน เสาร์-อาทิตย์ก็ซ้อมดนตรี กะเรียนพิเศษ พอทำงานแล้วมันก็มีความสุข แต่มันก็ไม่ใช่แบบแปลก แต่ก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำงาน ก็ไม่รู้จะทำอะไรในวันๆหนึ่ง

    เสาร์-อาทิตย์ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรทำ บอลก็ไม่มีดู เพื่อนๆก็อยู่ต่างจังหวัด นอนเฉยๆก็เบื่อ เฮ้ออออ.....กู มีอะไรจะเขียนมากมาย เวลานึกที่ดีๆอยากจะเขียน อยากจะทำนู่นทำนี่ ก็ไม่มีเวลา ไม่มีแรง เพราะจะนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า เพราะว่าเป็นงานอดิเรก ทำไปก็ไม่ได้มีไรกะชีวิตมากมาย จะจดไว้ก็ไม่อยากลุกออกจากเตียงเพราะง่วงมาก

    วันอังคารที่ผ่านมานอนดึก เพราะเปิดทีวีไว้ รอดูพิธีไว้อาลัยไมเคิล แจ๊กสัน ราชาเพลงป๊อบที่เพิ่งลากจากโลกนี้ไป จะว่าไปได้ยินข่าวทีแรกก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน ตอนนั้นขับรถอยู่จะเลี้ยวขึ้นทางด่วนตรงประตูน้ำ ตอนนั้นก็เลยเข้าเลนผิดเลย แต่มันก็แบบว่าโดนรถเมล์เบียดด้วยใครจะไปเข้าทันวะก็เลยให้ขอทานในเครื่องแบบตำรวจไปร้อยนึง เหมือนให้ขอทานเลย พูดจริงๆ กับมาเรื่องไมเคิล แจ๊กสัน แกเป็นคนแรกที่ทำให้เราฟังเพลงสากลเลยในตอนนั้นกับ อัลบั้ม แดนเจอรัส พร้อมๆกับการมาทัวร์คอนเสิร์ตในเมืองไทย ด้วยค่าตั๋วแพงมากๆที่สนามศุภฯ ตอนนั้นอยู่เชียงใหม่ก็เลยไม่ได้มาดู พร้อมๆกะยังเด็กมากๆ ป.๓ประมาณนั้น ก็ซื้อเทปแกไปสองม้วน แบบว่าม้วนแรกฟังจนพัง มีไม่กี่อัลบั้มหรอกที่ผมจะฟังจนพังแบบนี้ มิวสิควิดิโอแกก็ล้ำสมัยใช่ย่อย แบบว่าเอามาดูตอนนี้ยังสนุกอยู่เลย ซื้อมาดูอยู่เลยตอนสงกรานต์ กะซีดีรวมฮิตแก ไม่นึกว่าจะมาเข้ากระแสช่วงนี้พอดีเลย เสียดายที่แกมีข่าวไม่ดีเรื่องไปล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้ชาย แต่เอาเรื่องความเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์งานศิลปะแล้ว ข้าฯยอมรับจากหัวใจเลยว่าสุดยอดจริงๆ ก็อย่างว่าแหละ คนดีๆเก่งๆ ที่เหมือนพระเจ้าประทานพรสวรรค์มาให้เหนือคนอื่นๆ ก็มักจะเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น ลองดูศิลปินเก่งๆดังๆของโลกสิ ดอกไม้ที่สวยๆ ก็มักจะถูกเด็ดจากต้นก่อนทั้งนั้น

    วันนี้ตอนเช้าๆ หรือเที่ยงๆนี่แหละ จำไม่ได้ว่าตอนไหนกินอะไร แต่รู้สึกว่ากัดลิ้นตัวเองตอนนี้ยังเจ็บลิ้นอยู่เลย


    มาลองดูความรักของตัวเราเองที่เวลาเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เรารัก เราจะคิดอย่างไร ลองสมมติว่า
    ถ้าคนอื่นป่วยเป็นไข้หวัด ๒๐๐๙ เราจะคิดว่าไม่เป็นไร รักษาได้ เดี๋ยวก็หาย แต่พอเมื่อคนที่เรารักป่วยเหมือนกัน เรากลับคิดว่าเขากำลังจะตาย
    หรือว่า
    ถ้าคนอื่นป่วยเป็นไข้หวัด ๒๐๐๙ เราจะคิดว่าเขากำลังจะตาย แต่พอเมื่อคนที่เรารักป่วยเหมือนกัน เรากลับคิดว่าไม่เป็นไร รักษาได้ เดี๋ยวก็หาย
    หรือว่าคิดกันอย่างไรกันบ้าง....
    หลายคนหลา่ยมุมมอง
    คิดแบบไหนถูกหรือผิด?????

    June 17

    มาปกป้องคนโง่กันเถอะ

    อยากจะเขียน จะเล่าเรื่องอะไรมากมาย แต่มันก็รู้สึกว่าไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่าแหละ
    หรือว่ายังผ่านฟ้นเรื่องเลวๆ เรื่องนั้น แบบยังมีอะไรที่มันต้องค้างๆคาๆ อยู่ในใจแหละ
    มันก็เหมือนกับว่า เรามันซวยที่ต้องเจอ มีแต่คนจะมาหากินกะกู
    หวังว่าชีวิตพวกเค้าจะได้รับความสุขความเจริญ
    ละบทเรียนจากเรื่องเหี้ยๆนี่มันก็เยอะเหลือเกิน
    การเขียนสเปซครั้งนี้ คงจะเป็นเครื่องเตือนใจ ของตัวข้าฯเอง ในอนาคต เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งหนึ่ง

    อยากเตือนทุกๆท่านที่ได้เข้ามาอ่านสเปซตอนนี้ไว้ว่า
    โลกนี้มันหาคนที่เราไว้ใจได้จริงๆยากนะ จะเห็นกันจริงๆก็ตอนที่เราลำบากนั่นแหละ แต่ตอนที่เค้าลำบากแล้วเราไปช่วย ทำไมมันไม่มีใครจำได้บ้างเลยวะ

    เรื่องเล่าแบบสมมติ
    ครอบครัวหนึ่ง ไปกินข้าวเย็นมา แล้วขับรถกลับบ้าน มีคนเมานอนอยู่กลางถนน คนขับเลยหักหลบ รถพุ่งไปอีกเลน ชนรถอีกคัน แน่นอน ไปหมดทั้งรถทั้งสองคันยับ คนเมาก็ลุกขึ้นมาแบบไม่รู้เรื่องอะไร เดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ตัวเอง ใช้ชีวิตสวะๆของมันต่อไป

    คนๆหนึ่งขับรถธรรมดา มีคนเมาวิ่งตัดหน้ากลางถนนบายพาสก่อนเข้ามอเตอร์เวย์ก่อนลงสะพาน(ไฟถนนดับด้วย---นี่มันใช่ที่ข้ามมั้ยเนี่ย)  ถ้าหักหลบ คนที่เปนอะไร อาจไปคล้ายกับเรื่องข้างบนก็เป็นได้ ก็เลยชนมันตายซะ คนขับรถยนต์ก็เลยต้องเดือดร้อนไปตามระเบียบ(โง่ๆ)

    กฎหมายเมืองไทยแม่งโคตรระยำเลย ยังไงๆ คนขับรถก็ผิด แบบเคยดูข่าวว่ามีมอเตอร์ไซค์ขับสวนเลน แล้วรถยนต์ที่ขับมาทางธรรมดา(แบบที่เราๆขับกันธรรมดา) เสือกไปพุ่งชน คนขับรถยนต์ก็ต้องผิด ลองคิดดูสาเหตุว่า ถ้าไอ้กร๊วกมอเตอร์ไซค์ปฎิบัติตามกฎหมาย เรื่องราวก็จะไม่เกิดขึ้น

    เมืองไทยคงไม่มีวันเจริญ ถ้ากฎหมายยังปกป้องคนโง่ๆอยู่ (ละก็ปกป้องคนที่มีตัง มีเส้นสายด้วยเนี่ยดิ)
    ประชาชนธรรมดาที่ทำมาหากินสุจริต เสียภาษี ก็มีหน้าที่จ่ายตัง จ่ายภาษีไปแหละ อย่าไปหวังว่าจะได้อะไรกลับคืนมาเลย

    บัดซบจริงๆ
    บัดซบจริงๆ
    บัดซบจริงๆ

    June 04

    นอนไม่หลับ

    คืนนี้นอนไม่หลับ
    พรุ่งนี้ต้องทำงานเช้า

    สรุปแบบสังหรณ์ใจได้เลยว่า
    พรุ่งนี้น่าจะตื่นไม่ทัน
    ต้องทำงานชดเชย
    ก็เลิกดึก
    แต่คิดว่า
    น่าจะฝืนใจตื่นให้ทัน
    แล้วทำงานเบลอๆหน่อยๆ
    กินกาแฟ

    คืนก่อนๆซักคืน
    ตื่นมาแล้วนอนต่อซักแป๊บตอนเช้า
    เกิดฝันขึ้นมา (นอนปกตินี่ ไม่เคยจะฝันอะไรกะเขาบ้างซักที)
    ฝันว่าเอารถไปเติมน้ำมันดีเซล เต็มถังด้วย
    ทั้งที่จริงๆแล้วเติมเบนซิน
    ตอนขับรถตอนเช้า ก็เลยไม่ค่อยมั่นใจ
    ลามมาถึงตอนนี้
    ทั้งๆที่มันไม่มีอะไร
    ยังดีที่มันไม่เป็นจริง เพราะนี่เป็นเรื่องที่พอจะควบคุมได้ไม่ยากนัก

    ที่เล่าให้ฟังก็เพราะข้าฯเคยได้ยินมาว่า
    ฝันตอนเช้าๆมืด ใกล้ๆตื่น
    มักจะเป็นฝันที่จะเป็นจริง (เกิดขึ้นกับชีวิตเราได้จริงๆ)

    ข้าฯก็เคยฝันในช่วงเวลานี้เหมือนกัน
    เรื่องเหี้ยๆทั้งนั้น ที่มาเป็นจริง
    เช่น ทะเลาะ มีเรื่องกับรุ่นพี่โง่ๆบ้าง, ทะเลาะกะเพื่อน, ของหาย ฯลฯ

    ทีตอนฝันเรื่องดีๆ มีความสุข
    จะเป็นจริงได้ซักครึ่งนึงก็ยังดี
    May 27

    กลอนในห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมัน

    เศษแก้ว  ยังมีคม
    เศษอารมณ์  ย
    ังบาดใจ
    เศษเหล็ก  ยังขายได้
    เศษหัวใจ  ใครจะเอา


    วันนี้ไปเข้าห้องน้ำตรงปั๊มน้ำมันตรงทางด่วนก่อนออกไปบางนา
    เจอบทกวีนี้ในห้องน้ำ
    คนแต่งแม่งโคตรอาร์ทเลย

    เวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะมักจะได้อ่านอะไรๆที่เป็นมุมมองที่เราไม่เคยเจอบ่อยๆ
    แต่ก็รู้สึกว่า ทำไมมันต้องไปเขียนฝาผนังทำลายข้าวของให้สกปรกด้วย สงสารแม่บ้านคนทำความสะอาด
    นี่ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งของผม

    BANK

    May 26

    ปีที่ ๗

    มาลองๆคิดดู นี่ก็ออกจากบ้านเกิดเมืองนอน นครพิงค์เชียงใหม่ มาอยู่กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ที่ใครๆว่ากันมาได้ครบหกปี กำลังจะก้าวขึ้นปีที่ ๗ พร้อมๆกับอายุเข้าวัยเบญจเพส ที่สุดแสนอันตราย มีแต่เรื่องซวยๆ แบบว่าต้องคอยระวัง ระแวง ทำบุญไว้มากมาย

    หกปีที่ผ่านมา หรือไม่ก็ไม่กี่เดือน ไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น
    ทำให้ตัวเราเองได้เข้าใจในความเป็นไปของคนรอบข้างได้ว่า

    เวลาที่เรามีความสุขนั้น เรามักจะรู่สึกว่ามีคนรอบข้างมากมาย มาทั้งร่วมแสดงความยินดี มายืนดูเฉยๆ มาเลี้ยงฉลอง หรือว่ามาอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ลองๆนึกดูดีๆสิ

    แล้ว...
    แล้ว.......
    แล้ว.................

    พออยู่กทม. มาได้หกปี ก็เลยสรุปทึกทักเอาเองว่า
    เวลาที่เราเกิดเรื่องเศร้า มีปัญหามากมายนั้น
    ไม่ยากเกินไปหรอกที่จะมีคนมาให้คำปรึกษา ให้กำลังใจเรา
    แต่วิธีแก้ปัญหานั้นจะต้องแก้ด้วยตัวเราเอง เพราะปัญหามันอยู่กับตัวเราเองเท่านั้น
    และ็สำคัญที่สุด มึงต้องมีเงิน ไม่งั้น ปัญหาอะไรใดๆ ก็ไม่สามารถแก้ไปได้

    กว่าจะผ่านพ้นปัญหาไปได้
    ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
    และก็แน่นอน
    ว่าจะมีปัญหาใหม่ๆมาอีก
    ไม่ง่ายเลยจริงๆ
    ถ้าไม่มีเงิน..........


    ปล.หมดความอดทนกับการขึ้นภาษีห่าเหวทุกอย่าง เงินสองพันช่วยชาติกูก็ไม่ได้ ภาษีเงินได้ก็เสียอยู่แล้ว ยังจะต้องมาจ่ายเพิ่มอีก และโครงการเช่ารถเมล์สี่พันคันของรัฐบาล ที่เช่าแพงกว่าซื้อขาด และค่าซ่อมรถที่เช่ามาใหม่ๆ แพงกว่าค่าเช่ารายวัน อ่านแล้วรัฐบาลไทยใช้หัวแม่ตีนคิดแน่ๆ

    เกิดเป็นรากหญ้ารากหญ้าไทยดีที่สุด โง่ๆ ไม่ต้องเสียค่าเทอม ไม่ต้องเรียนหนังสือ ภาษีก็ไม่ต้องจ่าย สองพันช่วยชาติก็ได้ แบมือโง่ๆอย่างเดียว
    เจริญ......

    May 17

    ซีดีแท้หาซื้อยากจัง

    ถึงน้องกระแต ค่ายอาร์สยาม เจ้าของเพลง"จ้่างมันเต๊อะ"

    ข้าพเจ้าไม่สามารถหาซื้ออัลบั้ม"สาวกาดแลง"ของน้องได้ ไม่ว่าจะไปเสาะหาตามร้านขายซีดีหลายๆที่มาแล้วก็ตาม ทั้งร้านธรรมดา และเทสโก้โลตัส

    คิดว่าภายในอาทิตย์นี้ ถ้าหาซื้อไม่ได้ ข้าพเจ้าก็จะต้องโหลดจากที่ใดที่หนึ่งเป็นแน่แท้

    ปล.หาซื้อยากจริงๆนะ

    พระเจ้าเงินตรา

    เมื่อวานโดนตำรวจปล้น เอาเงินไป 170 บาท เลวจริงๆ เพราะว่าไปตรงในทางที่ห้ามไปตรง
    ทั้งๆที่ปกติก็มีรถไปตรงทางนั้นเสมอ เห็นอยู่ทุกวัน หรือว่าเพราะเห็นป้ายทะเบียนรถกูเป็นเชียงใหม่
    เลยขี้เกียจเถียงมัน นึกว่าให้เงินขอทานไป

    เลยรู้สึกว่า
    ตำรวจที่ไถเงินประชาชนก็เหมือนขอทานในเครื่องแบบ
    จะบอกได้ว่าตำรวจดีๆก็มี แต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเห็น

    ถ้าญาติพี่น้องใครเป็นตำรวจดีๆก็มาบอกกล่าวกันบ้าง จะได้รู้สึกดีกับอาชีพนี้ขึ้นบ้าง

    ยิ่งก่อนหน้านี้ไปประสบเรื่องไม่ดีกับตัวเอง
    เลยต้องเจอ ต้องเกี่ยวข้องกับตำรวจไรงี้หน่อย
    เค้าก็โทรมานู่นนี่
    โถ...สารวัตร จะขอเงินก็พูดมาตรงๆ ไม่ต้องอ้อมไกล เปลืองค่าโทรศัพท์
    ระดับพันตำรวจโท โทรมาขอเงินเด็กเพิ่งเรียนจบไม่นาน 5,000 บาท
    ทุเรศว่ะ.....
    เงินเก็บกูก็หมดไปตั้งแต่วันแรกที่นัดไปเจอกันละ จนเดือนนี้ต้องแดกกลบ
    ยังจะมาเอาอีก โถ......
    จริงๆถ้าทำงานไปตามหน้าที่ ขั้นตอน ก็ไม่เห็นต้องจ่ายซักบาทเลย (มันเป็นสิ่งที่ตำรวจควรจะทำนี่หว่า)

    คนรู้จัก บ้านโดนขโมยขึ้น ตำรวจก็ช่วยไรไม่ได้
    อีกคนที่โดนขโมยขึ้นมีคำนำหน้าชื่อแบบว่าพลเอก พลโท แป๊บเดียวก็จับคนร้ายได้
    ไม่เจอเองคงไม่รู้

    จะว่าไปก็เคยเจอตำรวจดีๆนะ
    แต่เค้าก็เลิกเป็นตำรวจ เพราะทนไม่ได้จริงๆ

    อยากเจอตำรวจดีๆบ้างว่ะ

    อีกอันนึง....ก็ขอแสดงความดีใจกะน้องเคโงะ ที่ตามหาพ่อนั่นด้วย
    ที่ได้เจอพ่อที่ญี่ปุ่นนั่นแล้ว
    แต่ใจนึงก็มาคิดว่า ถ้าเป็นน้องคนไทยที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน
    จะมีคนมาช่วยเยอะแยะอย่างนี้มั้ยนะ (ลองดูวงเวียนชีวิตดิ)


    อีกอันนึง......สองพัน เชคช่วยชาติกูก็ไม่ได้
    ภาษีห่าเหว น้ำมัน นู่นนี่ก็จะขึ้นราคาอีก
    ไม่ได้ซักบาท ยังต้องมาเสียเพิ่มอีก

    ปล.เมืองไทยไม่น่าอยู่เลย
    May 08

    เรื่องราวหนักๆ...

    เรื่องราวหนักๆมากมาย......
     
    ก็ยังมีความหวังบ้างในรอยยิ้มจางๆ
    ที่ทำมาไว้ปลอบใจตัวเอง
     
    ตอนนี้ผ่านเรื่องราวที่หนักที่สุดในชีวิต
     
    ใครที่มีปัญหาหนักๆมา
    รู้ไว้เถอะว่า มันมีคนที่มีปัญหาเยอะกว่าเราอยู่แน่ๆ
    อาจคิดว่าปัญหาของแกจะป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในโลก
     
    อย่างน้อยก็ยังมีเงินใช้
    มีคนให้คิดถึง และก็คิดถึงแก
    อ่านหนังสือออก
    มีเนตให้เล่น
    มีข้าวกิน มีคนให้ทะเลาะ
    ฯลฯ
     
    มันก็ยังดีนะ
     
    อยากจะเล่าให้ฟัง
    แต่มันก็ไม่อยากให้เป็นห่วง
     
    ยังดีที่มีคนคอยฟังเรา และปลอบเราเมื่อเวลาที่เราร้องไห้
    นิติธรณ์ ในวันวิสาขบูชา
    April 02

    ความช่วยเหลือ

    Thanks for your help

    welcome, I'm here to offer help
    Smile


    ผมจะเก็บเอาไว้พูดบ้าง
    เหมือนสายฝนหล่นมากลางทะเลทรายที่แห้งเหือด
    April 01

    ขอพรหนึ่งข้อ

    ถ้ามีพรวิเศษหนึ่งข้อ

    ฉันจะขอมองไปอนาคตสักครั้ง
    อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง
    ว่าจะเป็นทางเลือกที่ถูกไหม

    แต่ก็นั่นแหละ
    จะใช้ตอนไหนดี
    มีตอนที่อยากใช้หลายครั้งอยู่เหมือนกัน

    ถ้าใช้ไปแล้ว......
    ตอนนี้......
    ฉันจะเป็นอย่างนี้มั้ยเนี่ย.....




    พยายามมองไปข้างหน้า
    แต่อนาคตข้างหน้าเป็นผลมาจากการตัดสินใจแต่ในหนหลัง
    -*-     
    "BANK"


    March 23

    บอลไทยกับการเชียร์ผ่านดาวเทียม

    ไทยลีกเปิดมาได้สามอาทิตย์แล้ว ผมได้ไปดูบอลตามสนามมา สิ่งที่ผมรู้สึกแปลกๆไปของกว่าปีที่แล้วก็คือ มีพริตตี้มาดูบอล และก็มีชาวต่างชาติมาดูบอลไทยลีกของเราด้วย

    ตอนควีนส์คัพไปอยุธยา ก็เจอฝรั่งใส่เสื้อไฟฟ้า ดูถ้วยก.กะ AFC ชลบุรีก็มีฝรั่งมาชวนกองเชียร์กินเบียร์ เมืองทองก็มีฝรั่งมานั่งดู อาทิตย์นี้ไปดูจุฬาฯเตะกะท่าเรือ ก็มีหัวทองหัวแดงใส่เสื้อชมพูมานั่งดูเหมือนกัน

    เรื่องสาวๆพริตตี้มาดูบอลก็น่านั่งดูเหมือนกัน แต่ผมสนใจเรื่องผรั่งมาดูบอลไทยมากว่า ๕๕๕๕๕(หัวเราะแบบไทยๆ)

    เมื่อก่อนผมก็ดูบอลต่างประเทศเหมือนกัน สนใจมากมายด้วย แต่ก็ไม่ได้ติดตามและผูกพันอะไรมากมายขนาดสรยุทธ์ อะไรนั่น เสื้อทีมที่ชอบก็มีเอาไว้ใส่ แต่มีปัญญาซื้อได้แค่ของปลอม ตัวจริงโคตรแพง ซื้อไม่ไหว บอลไทยก็ดูบ้างแต่ก็ดูแบบงงๆมานาน
    ก็มาปีสองปีนี่แหละที่เริ่มดูจริงจังทุกอาทิตย์จนเลิกสนใจบอลในยูบีซีไปเลย เพราะรู้สึกว่าดูบอลในสนามแล้วมันสนุกกว่านั่งดูในทีวี ที่เวลาทีมที่เราเชียร์ยิงเข้าแล้วได้สะใจกะมวลหมู่ชน ไม่ได้สะใจอะไรก็ไม่รู้แห้งๆผ่านดาวเทียมไปที่สนามกะเค้า

    เดี๋ยวนี้ก็เลยไม่ได้สนใจบอลผ่านดาวเทียมพวกนั้นแล้ว ก็มาสนใจบอลอะไรก็ได้ที่ได้เห็นกันจริงๆมากกว่า มีโอกาสก็จะไปดูให้ได้ ตอนนี้ก็เลยหันมามองพวกเพื่อนๆที่คลั่งไคล้ผ่านดาวเทียม ว่าเกิดอะไรขึ้น
    ผมรู้สึกว่าคนไทยชอบดูฟุตบอล แต่การจัดบอลไทยให้น่าสนใจนั้น เพิ่งจะตั้งไข่ได้ไม่กี่ปี ดังนั้นคนที่มาเจาะตลาดก่อนก็คือบอลประเทศของสรยุทธ์ ๕๕๕๕๕(สะใจแบบไทยๆอีกที บางทีเขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเคยจบมหาลัยที่เคยเปนแชมป์ลีกของประเทศ) คนไทยส่วนใหญ่ก็เลยจำต้องถูกทำตลาดให้ไปสนใจบอลผ่านดาวเทียม

    การมีทีมบอลให้ตามเชียร์นั้น เป็นสิ่งที่มีความสุข แต่ผมก็ไม่เคยเห็นว่าทำไมถึงไม่มีคนไทยไปเชียร์ทีมที่หนีตกชั้น หรือเชียร์ทีมกลางตารางแบบรวมตัวและจริงจังผ่านดาวเทียมบ้าง แต่เวลาไปดูบอลไทยในสนาม ปีที่แล้วทบ.แบ๊งกรุงเทพฯที่ลุ้นเหงื่อตก ก็ยังมีคนดูจริงจังเยอะเหมือนกันนะ

    "คนไทยตกเป็นเหยื่อการตลาดที่กลายมาเป็นลูกค้าที่ไม่ได้รับความสนใจจากบอลผ่านดาวเทียม"
    ทำไมผมถึงเขียนอย่างนี้

    เท่าที่จำได้เวลามีทีมต่างประเทศมาเตะเมืองไทยกับทีมชาติไทย จะมีคนไทยไปดูที่สนามเต็มความจุทุกครั้ง(คิดว่าคนที่ไปดูน่าจะไม่ได้ตั้งใจไปเชียร์ทีมชาติไทย**ผมก็เกือบไปละ) ทีมพวกนั้นก็เอาดาราลงสักระยะแล้วก็เปลี่ยนเอาใครก็ไม่รู้ลงมา บัตรก็แพงโคตร เทียบกับบอลลีกในประเทศราคาต่างกันกี่เท่านี่ไม่อยากคิด และเขาเหล่านั้นก็บอกว่าจะไปดูบอลไทยทำไมเตะกันก็ไม่สนุก (ทั้งๆที่เขาไม่เคยคิดจะดูเลย)
    ผมคิดว่าคนไทยชาตินิยม(ไม่ดูบอลไทย ไม่ได้แปลว่าไม่รักชาติ **จำมาจากในพันทิบ๕๕๕๕)

    ตอนนี้ทีมบอลในไทยลีกหลายทีมก็ทำตลาดอย่างเห็นได้ชัด และมีคนดูเต็มสนามทุกแมทช์ จนหลายๆคนรวมทั้งผมเลิกดูบอลผ่านดาวเทียมพวกนั้นไปแล้ว หลายๆคนที่ไม่เคยดูบอลไทยลีก ก็ยังไม่คิดที่จะมาดู เพราะหาทีมเชียร์ไม่ได้ และบอกว่าไม่ผูกพัน
    มันน่างงๆตรงที่บอกง่าเชียร์บอลผ่านดาวเทียม ด้วยความผูกพันเพราะว่าเชียร์มานานตั้งแต่เด็กๆ
    อยากให้รู้ว่ามีของดีอยู่ใกล้ตัวให้ลองดูบ้าง ลองไปดูแล้วจะเข้าใจว่าความผูกพันจริงๆไม่ได้ผ่านดาวเทียมนั้น น่าสนใจกว่าจริงๆ
    บางทีลองเชียร์ทีมเล็กๆ กลางตาราง หนีตกชั้นบ้าง ได้ไปดูสดๆ ติดตามมันน่าสนุกกว่านะ ลองไปถามพวกหมาเห่าใบตองแห้งของเชียงใหม่ก็ได้

    มัวแต่บอกว่าไม่มีทีมเชียร์ หรือรอให้ทีมท้องถิ่นขึ้นมาให้เล่นในลีกสูงสุด ก็คงต้องรอให้ไทยลีกปรับโครงสร้างให้มี ๗๖ ทีมก่อนแหละคนไทยถึงจะมีทีมเชียร์ทุกคน

    เขียนมาตั้งนานก็แค่อยากบอกให้ช่วยอุดหนุนสินค้าไทยดีๆกันบ้างแค่นั้นแหละ
    ไม่เชื่อว่าดีก็ลองมาถามฝรั่งตามสนามบอลไทยก็ได้ ฮี่ฮี่...


    March 04

    งานเลี้ยงย่อมมีวันขึ้นรา

    ฉันอยู่ในงานเลี้ยง ก็เหมือนกับงานเลี้ยงสังสรรค์ ปาร์ตี้ทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันนั่นแหละ มีคนมากมาย รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้างคละเคล้ากันไป มีอาหารมากมายแบบว่าบุฟเฟต์ อยากตักอะไรก็ตัก แต่รสชาติไม่ได้เรื่องซักอย่าง มีลาบหมูจืดๆ แกงจืดเต้าหู้ผักกาดเละๆ ผัดผักที่คนมาก่อนตักหมูไปหมดแล้ว ต้มยำอะไรก็ไม่รู้ ไม่เผ็ดแต่เปรี้ยว เปล่าหรอก ผมไม่ได้มาบ่นเรื่องอาหารที่ไม่อร่อย เพราะยังไงในมือก็ถือแก้วน้ำใส่ทั้งน้ำเปล่า น้ำอัดลมไม่ซ่า น้ำผลไม้ปลอม แค่นี้ก็จุกน้ำจะตายห่านอยู่แล้ว

    ฉันขี้เกียจ หรือไม่ก็เบื่อที่จะต้องอยู่ในงานเลี้ยงเสียงดังๆๆๆๆๆ มีแต่คนคุยกันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่ได้สนใจ จะคุยเรื่องบอลต่างประเทศ ลูก แฟน ซื้อบ้าน รถ อะไรก็ช่าง ผมอยากอยู่เงียบๆ และ....กูก็ไม่ได้อยากร้องและฟังคาราโอเกะด้วย
    งานดำเนินไปเรื่อยๆ

    เจ้าภาพขึ้นไปกล่าวคำทักทาย อำลา ขอบคุณ บอกรัก ทวงหนี้ ฯลฯ
    ผู้ร่วมงานด้านหน้าเวทีโห่ร้อง ไชโยสามครั้ง สรรเสริญ เทิดทูนเจ้าภาพ ราวกับเป็นศาสดา และบอกว่าอาหารวันนี้อร่อยเหาะเหลือเกิน ไอ้ตอแหล.......
    ผู้ร่วมงานด้านหลังจะมีซักคนหรือไม่ก็ไม่รู้ไม่ได้ฟังเลยซักคำ......
    พวกกูจะกินเหล้า.........
    เหล้าฟรีที่เจ้าภาพเลี้ยง
    ที่สำคัญ ผมไม่ได้อยากฟังคำกล่าวอะไรนั่นเลย...........อยากอยู่เงียบๆ

    แล้วทำไมมึงไม่กลับบ้านไปเลยล่ะ????.......
    ข้าพเจ้าลองถามตัวเอง..............
    มารยาททางสังคม..........ข้าพเจ้าตอบ
    ข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะออกไปนั่งข้างนอก

    คาราโอเกะข้างในหนวกหูมาก.......ข้าพเจ้ารำพึงในใจขณะที่เดินออกมา
    ขณะที่เดินออกมานั้น ข้าพเจ้าเจอผู้คนมากมาย
    มีแต่คนจ้องจะเทเหล้าใส่แก้วข้าพเจ้า บังคับให้แดกเหล้าห่วยๆ ปริมาณมากๆ......ไร้รสนิยม
    ไอ่สัด กูแดกน้ำเปล่า........ความสนุกส่วนตัวลดหายไปเก้าสิบเปอเซนต์
    ไม่แดกเหล้าคือไม่ได้เป็นผู้ชาย........ค่านิยมที่ถูกต้อง?????
    เวลาผ่านไป จึงฟันฝ่าอุปสรรคออกมานั่งข้างนอก อากาศบริสุทธิ์ ไม่มีควันบุหรี่
    รู้สึกว่าตัวเองเป็นปลาอะไรซักอย่างที่ต้องว่ายทวนน้ำขึ้นไปต้นน้ำ เพื่อทำอะไรซักอย่าง...ลำบากชิบ

    เมื่อออกมานั่งข้างนอกห้องจัดเลี้ยง ห้องที่มีคาราโอเกะเสียงหนวกหู
    เลือกที่จะออกมามุมธรรมชาติ
    จึงได้ยินเสียงดนตรีข้างนอกห้อง ดนตรีสดวงนี้เล่นดีได้บรรยากาศรื่นรมน์ทีเดียว
    ได้อยู่คนเดียว.....พอใจขึ้นบ้าง

    ซักพัก ซักระยะ
    มีคนเดินมาคุยด้วย........อ้าวในใจ ไอ้เหี้ย ไอ้สัด กูอยากอยู่คนเดียวบ้าง
    มันควักบุหรี่มาจุด........อ้าวครั้งที่สองในใจ ฟัก กูเกลียดบุหรี่ มึงตามมารังควาน
    มันชวนคุย.....เรื่องต่างๆนานาๆ บลาๆๆ
    คุยไปนานๆ คนนี้มันยอดคนละ รู้ไปหมด เก่งกาจ แบบว่าสุดยอด คิดว่าเราๆคงเคยเจอคนอย่างนี้
    เบื่อ..........
    พอเราบอกว่าวงสดนี้เล่นดี มันก็บอกว่าวงนี้เล่นแถวข้าวสาร ชื่อร้านที่เราเคยไปบ่อยๆ แต่ไม่ได้ไปมานานละ และก็ไม่คุ้นวงนี้เลย
    ได้แต่เออ ออ ห่อ หมก
    แค่กๆ ข้าพเจ้าสำลักควันบุหรี่ มันเดินไปที่งาน หรือไปสู่สุขคติก็ไม่อาจรู้ได้
    วงเล่นจบ ข้าพเจ้าเดินไปคุยกะนักดนตรี ถามว่าเล่นที่ไหน
    เขาตอบว่า เลียบทางด่วน
    ถนนข้าวสาร บ้านพ่อมัน เลียบทางด่วน
    ไอ้สัด โชว์ภูมิ

    จะโชว์ทำไม ได้อะไร
    คนอย่างนี้ไม่เข้าใจว่ะ จะทำไปทำไมวะ
    ชอบข่มคนอื่น รู้ทุกเรื่อง
    พอความจริงเฉลย เรากลับมองเค้าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่เราเคยมองเค้าสูง
    และก็คิดว่าที่มันฝอยมานั้น จะจริงซักกี่เรื่องวะ

    ทำไมมึงไม่ให้กูอยู่เงียบๆ
    ฟังเพลงชิวๆ คนเดียว

    แล้วก็เลยกลับบ้านดีหว่า
    โดยไม่อยากจะร่ำลาใครๆ
    เพราะว่ายังไงๆ
    งานเลี้ยงก็ต้องเลิกรา
    และหาโอกาสจัดใหม่อีกที

    soon
    February 15

    เบื่อๆแค่นั้นแหละ

    เมื่อวานเป็นวันวาเลนไทน์ วันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรัก เปิดวิทยุฟังก็มีแต่เพลงรัก เปิดทีวีก็มีข่าวอยู่ไม่กี่อย่างถ้าไม่ใช่ข่าวศึกแห่งโคตรศักดิ์ของสองมหาช่างกลแห่งละแวกสยาม ก็ข่าวเศรษฐกิจที่ฟังมาตลอดชีวิตก็ไม่เคยมีข่าวดี มีแต่เศรษฐกิจจะแย่ลง  ต้องช่วยกันประหยัดและส่งออก กับข่าวเป็นห่วงวัยรุ่นในวันแห่งความรัก

    เมื่อเปิดหนังสือพิมพ์ หน้ากีฬาบันเทิง ก็จะสามารถพบรูปของดาราที่ยังเป็นแฟนกันอยู่ หรือไม่ก็ที่แบบว่าเลิกรากันไปแล้ว

    ราวกับว่าประเทศไทยเป็นเมืองแห่งความรัก ที่มีคนรักกันเต็มไปหมด

    แต่จริงๆแล้ว ประเทศไทยนี้ คนไทยยังไม่รักกันเองเลย ทะเลาะกันเต็มไปหมด ฮ่าๆๆๆๆ สีเหลืองกับสีแดง
    คนเห็นแก่ตัวก็เยอะแยะ ไม่ต้องมองไกลมาก คนรู้จักรอบๆตัวเรานี่แหละ ยังไงๆ คุณก็ต้องมีแน่ๆ และคุณก็คบมันอยู่ โดยที่คุณก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องคบมันต่อไป

    ความรักฉันก็ว่ามันสำคัญ และก็อยากมี
    ความรักเป็นสิ่งที่เราอยากให้คนอื่นๆที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง และก็คนรัก

    แต่สิ่งที่ควรจะมีอีกอย่างนั่นก็คือน้ำใจ เพราะว่าเราสามารถแบ่งปันน้ำใจให้กับคนที่เรารู้จัก และไม่รู้จักก็ได้ แม้กระทั่งเพื่อนของเรา มันจะทำให้โลกสวยงามขึ้น และเราก็จะไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว ยังคิดถึงคนอื่นๆบ้าง

    ปล.ที่ไม่ได้ยกตัวอย่างของความเห็นแก่ตัว นั่นก็อาจเพราะฉันให้อภัยไปแล้วก็ได้ (แต่ก็ไม่ได้ให้อภัยไปแล้วจะต้องลืมนี่นา)

    เบื่อๆ แค่นั้นแหละ

    February 08

    ฉันนั่งคุยกัยอู๊ด

    ฉันนั่งคุยกับอู๊ด อู๊ดเป็นเพื่อนฉันมานาน นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่ก็น่าจะประมาณตั้งแต่สมัยเรียนเป็นอย่างน้อย แต่สมัยเรียนระดับไหนนั้นฉันก็จำไม่ค่อยได้ สิ่งที่ฉันรู้สึกนิยมอยู่ในตัวอู๊ดอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือเรื่องมุมมองของอู๊ดต่อโลกใบนี้ ฉันรู้สึกว่าอู๊ดมองโลกได้ทะลุปรุโปร่ง มองเห็นซึ่งความจริงที่ซ่อนไว้ ในระดับที่คนระดับเราๆจะพอมองได้ อู๊ดนั้นเคยประกอบอาชีพเดียวกับฉันในขณะนี้ นั่นก็คืออาชีพเซลล์เอนจิเนียร์ ซึ่งบางทีฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเสมอเหมือนอาชีพอื่นๆเท่าใดนัก เวลาที่โดนลูกค้าผู้มีพระคุณบางท่านมองด้วยแววตาและท่าทางแปลกๆ ปัจจุบันอู๊ดไม่ได้ประกอบอาชีพเดียวกันกับฉันแล้ว เนื่องจากสินค้าของอู๊ดขายยากกว่าฉันมาก อู๊ดจึงออกมาประกอบอาชีพเป็นคนอันเอมพลอยอยู่ เนื่องจากไม่สามารถอดทนต่อวิธีการขายของและดำเนินธุรกิจ ที่จะต้องขายอุปกรณ์ที่ใช้ความรู้มาอธิบง อธิบายมากมายแล้วลูกค้าไม่ได้สนใจในคุณภาพและความสามารถของผลิตภัณฑ์มากไปกว่าที่ว่าเมื่อพรีเซนต์สินค้าให้ลูกค้าจบแล้ว ลูกค้าจะอยากจะสั่งซื้อก็ต่อเมื่อพาลูกค้าไปกินข้าว สมนาคุณ อาบน้ำลงอ่าง ที่มากกว่าความพึงพอใจในตัวของสินค้าหรืออะไรก็ตาม บางทีอู๊ดก็ไม่เข้าใจว่าสินค้าที่อู๊ดขายได้นั้น เหตุผลจะมาจากคุณภาพของสินค้า หรือว่าความต้องการใช้ของลูกค้าอยู่แล้ว หรือไม่ก็แรงขโยกจากน้องๆที่อาบอบนวด บัดซบจริงๆโลกมนุษย์

    ฉันนั่งกินเหล้ากับอู๊ดมาได้ซักระยะ ตอนนี้ฉันเริ่มจะรู้สึกมึนๆนิดหน่อย ในสภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกเยี่ยงนี้ ถึงฉันจะมีงานทำ แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกปลอดภัยในหน้าที่การงานเลย ตรงกันข้ามอู๊ดมากกว่าที่บอกฉันว่า มันต่างหากรู้สึกมั่นใจในหน้าที่การงาน อย่างไรพรุ่งนี้มันตื่นมาก็ยังเป็นคนตกงานเหมือนเดิม นี่สิคือความมั่นใจของมัน อู๊ดบอกว่ามันโชคดีมากที่ได้เกิดมาในชั่วอายุคนนี้ เรื่องประหลาดๆ มันก็ได้เห็นหมด ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดิบทะลุร้อยกว่าเหรียญต่อบาร์เรล จนลดมาจนถึงสามสี่สิบกว่าเหรียญ กับแถวเยาวราชที่ร้านทองหยุดขายตอนตรุษจีน กับที่ร้านขายอาหารมีแต่สติ๊กเกอร์แปะแก้ไขราคาอยู่ทุกๆร้าน ราวกับถูกออกกฎหมายบังคับ

    ตอนเย็นๆฉันกับอู๊ดไปเดินเล่นกินกาแฟอยู่ที่สยามพารากอน กาแฟแถวพารากอนไม่เหมือนกาแฟที่เราๆชงกินอยู่บ้านหรืออย่างไรก็ไม่รู้ หากาแฟแก้วที่ราคาถูกกว่าร้อยบาทได้ยากโคตรๆ พอไปหาข้าวกินที่จามจุรีสแควร์ก็เจอแต่ข้าวจานละห้าสิบบาทเป็นอย่างต่ำ ไม่รู้ว่ามันจะแพงกันไปถึงไหน พอเดินๆเล่นในห้างหรูหรา พอเห็นผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ น่ารักเดินมา ฉันก็มักจะมองและชื่นชมไป อู๊ดก็บอกว่ามึงทำเป็นเล่นไป น้องพวกนี้อาจจะเป็นน้องๆในที่ๆเดียวกับที่ช่วยอู๊ดจบงานด้วยแรงขโยก หรือไม่ก็เป็นเด็กตามคอกเทลเล้านจ์ที่อู๊ดไปเปิดเมมเบอร์ไว้ก็ได้ "อะไรวะนี่" ฉันรำพึงในใจ

    ขณะที่นั่งกินเหล้ากันอยู่นั้น เราต่างก็รู้ว่าเหล้าไม่ดี อีกทั้งเคยดูโฆษณาในทีวีที่บอกว่าให้เหล้าเท่ากับแช่ง แต่ลองไปดูในชีวิตจริง ก็ยังมีการให้เหล้า ฉันกับอู๊ดสันนิษฐานว่าคนที่คิดมำโฆษณานี้คงต้องเป็นเด็กเนิร์ดแน่ๆ ไม่เคยจะรับรู้ว่าการให้เหล้าเนี่ยมันไม่จำเป็นต้องเอาไปแดกๆๆๆๆๆ ให้มันหมดๆก็ได้ ข้อดีของมันคือสามารถนำไปรวมกับอะไรก็ได้กลายเป็นกระเช้าอันใหม่ แล้วเอาไปให้คนอื่นต่อ ประหยัดเงินทองได้มากโข โฆษณาพวกนี้ดูๆไปมากๆก็บ้องตื้น ถ้าเราไม่ได้คิดตาม ดูมาหลายทีละ ในร้านเหล้ามักจะเปิดเพลงเสียงดังจนคุยไม่รู้เรื่อง ฉันกับอู๊ดจึงออกมานั่งนอกร้าน เพื่อนั่งคุยกัน

    สมัยเรียนฉันกับอู๊ดเคยเล่นดนตรีมาด้วยกัน ก่อนที่ฉันจะเลิกเล่นอย่างถาวร ทั้งที่ไม่ได้อยากเลิกเล่นเท่าใดนัก แต่อู๊ดก็ยังเล่นดนตรีอยู่เสมอทุกเมื่อถ้ามีเวลา อู๊ดบอกว่ามันมีความสุขมากเวลาที่ได้เล่นดนตรี แล้วก็ถามว่าทำไมมึงถึงเลิกวะ ฉันก็บอกไปว่า กูก็ไม่ได้อยากเลิกเท่าใดนักหรอก เพียงแต่ด้วยหน้าที่การงาน เวลา และโอกาสไม่เหมาะอย่างยิ่ง กว่าจะรวมวงได้อยากชิบหาย เมื่อก่อนก็เคยคิดเลยว่าอยากจะเดินบนเส้นทางสายดนตรี แต่ก็ด้วยค่านิยมของคนไทย ถ้ากูไปเล่นดนตรีหากิน พ่อแม่กูคงปวดหัวตายห่านแน่ๆ มึงก็รู้นะอู๊ด

    มิกเซอร์ที่ร้านเหล้าทำไมมันแพงวะ อู๊ดถามฉัน ฉันคิดว่าอู๊ดเข้าใจวิถีเศรษฐกิจทุนนิยมสามานย์มากกว่าฉัน ฉันจึงแกล้งทำหน้าโง่แล้วก็ตอบๆไปว่า ต้นทุนมันมาแพงมั้ง มึงว่าไงล่ะ ไอ่อู๊ดก็ตอบกลับมาทันทีว่า แพงเฮี่ยไรล่ะ น้ำเปล่ากูว่าต้นทุนมาขวดละบาทกว่าๆ ไม่น่าจะถึงสองบาท แพงสุดๆ รวมค่าแรงให้หมดก็สามบาทละกัน แต่มันขายมึงขวดละสามสิบ มึงจะบ่นอะไรมากมาย สินค้ามันก็เป็นอย่างงี้ทุกๆอย่างแหละ ที่มึงไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริงที่จะลองคิดราคาต่ำๆที่พอจะซื้อได้ เพราะคนขายมันก็กะจะฟันกำไรสินค้าให้มากที่สุด ฉันลองคิดถึงตัวอย่างสินค้า.....รถยนต์ น้ำมัน กาแฟข้างบน มาม่า เสื้อผ้า คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ไอโฟน ไอพอด อู๊ดบอกว่าทุกอย่างที่ไม่ใช่การกุศล ฉันคิดถึงของในห้างช่วงลดราคาแกรนด์เซลล์ แดมน์

    พอบ่นเสร็จ...เราก็สั่งเชคบิล เห็นราคา แดมน์ ฉันกับอู๊ดก็ร่ำลากัน แยกย้ายกันกลับที่พัก หวังว่าจะได้มาเจอกันใหม่ เพราะฉันว่าได้คุยกับอู๊ดแล้วสนุกดี
    January 18

    มีก็เหมือนไม่มี

    เขียนลอยๆ
    อ่านลอยๆละกันนะ

    เวลาเพื่อนๆมีปัญหา
    ถ้าเราพอช่วยได้
    เราก็ช่วยตามกำลัง


    เวลาเรามีปัญหา
    บางทีมันก็ไม่ใช่ปัญหานะ
    แบบว่าเป็นเรื่องที่ต้องช่วยๆกันทำ
    ก็ไม่เห็นจะมีใครมาช่วยเลย


    ตามนั้น....
    ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
    คงต้องช่วยตัวเองไปก่อน
    ๕๕๕๕๕



    เวลาคนอื่นมีปัญหา
    ทั้งๆที่เราไม่เกียวเฮี่ยอะไรเลย
    เราก็ยังรับฟัง
    ทั้งๆที่รู้ว่าฟังไป พูดไป ให้คำปรึกษามัน
    มันก็ไม่ฟังหรอก
    (แล้วมันจะมาบ่นให้กูฟังทำซากอะไรวะ)

    เวลาเรามีปัญหา
    อยากจะหาใครบ่นให้ฟังบ้าง ก็คงไม่มี
    พอเค้ามาทัก มาสนใจ
    ก็เลยเล่าให้ฟัง
    ก็ตอบมาว่า
    อืม
    อืมมม.....

    แปลว่าอะไรวะ
    หรือว่า
    แปลว่า
    ไม่จริงใจ
    January 11

    เพื่อน

    เพื่อน
    จะต้องไม่นินทา
    หรือ
    พูดอะไรลับหลังกัน

    เพราะว่า
    เป็นเพื่อนกัน
    มีอะไร
    ยังไง
    ก็ควรจะพูดกันตรงๆ
    บอกกันมาเลยดีกว่า

    การพูดลับหลัง
    นั้น
    มันทำให้รู้สึกว่า
    มึงไม่ใช่เพื่อนกู
    January 09

    คิดได้

    ความรัก
    เหมือนกับรอยสัก

    เจ็บปวด
    แต่
    ก็
    งดงาม

    Red roseRed heartOpen-mouthedWinkTelephone receiverMobile PhoneGift with a bowBirthday cakeRed lipsClockDisappointedCryingSleepyBroken heartWilted rose

    โอวคิดได้....

    credit.......
    (ฟังมาจากเพลงซักเพลง ในวิทยุตอน
    ขับรถไประยอง)